แนะนำหนังสือ
เรื่องขำขันคลิกเลย...
Visitors
5
Articles
377
Web Links
7
Articles View Hits
2557771
จำนวนผู้ใช้งาน ที่กำลังเข้าถึงเว็บไซต์

We have 27 guests and no members online

สถิติจำนวนผู้เข้าชม
884248
วันนี้่วันนี้่1051
เมื่อวานเมื่อวาน922
สัปดาห์นี้สัปดาห์นี้2635
เดือนนี้เดือนนี้1973
รวมทั้งหมดรวมทั้งหมด884248
วันที่เข้าชมมากที่สุด 09-18-2012 : 2217
Statistik created: 2014-09-02T11:58:04+00:00
54.80.42.23
Guests 8
Now Online
-

แนะนำบทความและประชาสัมพันธ์

alt


ประวัติการสาธารณสุข


จากประวัติกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรวบรวมไวโดยพระบําราศนราดูรอดีตรัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง

รวบรวมไวในหนังสืออนุสรณสาธารณสุขครบ 15 ปไดกลาวถึงประวัติงานสาธารณสุขจนถึงกอตั้งเปนกระทรวงสาธารณสุข

ไวสรุปไดดังนี้ 25 ธันวาคม 2543 พระพุทธเจาหลวงทรงตั้ง “กรมการพยาบาล” ขึ้น เพื่อใหควบคุมดูแลกิจการศิริราชพยาบาล

สืบแทนคณะกรรมการสรางโรงพยาบาลวังหนา ซึ่งพนหนาที่ไปเมื่อการจัดตั้งเสร็จแลวกรมพยาบาลมีหนาที่จัดการศึกษาวิชา

แพทยควบคุมโรงพยาบาลอื่นๆ และจัดการปลูกฝเปนทานแกประชาชน สันนิษฐานวากรมพยาบาลขึ้นตรงตอองคสมเด็จพระ

เจาอยูหัวเพราะพระองคเจาศรีเสาวภางคราชเลขาธิการสวนพระองคทรงเปนอธิบดีครั้นพระองคเจาศรีเสาวภางคสิ้นพระชนม

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2432 กรมพยาบาลก็ยายมาสังกัดในกระทรวงธรรมการ เริ่มมีแพทยประจําเมืองขึ้นในบางแหง มีการนํายา

ตําราหลวงออกจําหนวยในราคาถูกและตั้งกองแพทยไปปองกันโรคระบาด พ.ศ. 2448 (ร.ศ. 124) พระบาทสมเด็จพระ

จุลจอมเกลาเจาอยูหัว พระปยมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหยุบกรมพยาบาลและตําแหนงอธิบดีกรมพยาบาลอธิบดี

กรมพยาบาลคนสุดทายคือพระเจาบรมวงศเธอกรมหมื่นวิวิธวรรณปรีชาและใหโรงพยาบาลอื่นที่สังกัดกรมพยาบาลไปขึ้นอยู

ในกระทรวงนครบาลยกเวนโรงศิริราชพยาบาลคงใหเปนสาขาของโรงเรียนราชแพทยาลัย สวนกองโอสถศาลารัฐบาลกองทํา

พันธุหนองฝกองแพทยปองกันโรคและแพทยประจําเมือง ยังคงสังกัดอยูในกระทรวงธรรมการตามเดิม 30 มีนาคม 2451

กระทรวงมหาดไทยไดขอโอนกองโอสถศาลารัฐบาลกองทําพันธุหนองฝกองแพทยปองกันโรค และแพทยประจําเมืองมาอยู

ในบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในชั้นแรกใหสังกัดอยูในกรมพลําภังคเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2455 พระยามหาอํา

มาตยาธิบดี (เส็งวิริยศิริ) ไดเดินทางไปประเทศฟลิปปนสและพบเห็นการรักษาพยาบาลปองกันโรคตลอดจนวิธีปลูกฝจึงได

ถวายรายงานขึ้นนํากราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจ าอยูหัวเกี่ยวกับความเห็นวาควรจะรีบจัดวางการปองกันโรคสําคัญ 4 อยางคือโรคฝดาษ อหิวาตกโรคกาฬโรคและไขพิศมกระทรวงมหาดไทย จึงไดขอพระบรมราชานุญาตตั้งกรม

พยาบาลขึ้น มีเจากรมพยาบาลคนแรกคือ พระยาอมรฤทธิธํารง (ฉีบุนนาค) ตอมากระทรวงมหาดไทยมีความประสงคจะ

ปรับปรุง กิจการของกรมพยาบาลใหกวางขวางและกาวหนายิ่งขึ้น จึงนําความกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา

เจาอยูหัวรัชกาลที่ 6 ขอพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนชื่อกรมพยาบาลเปนกรมประชาภิบาล และไดรับพระบรมราชานุญาตตาม

สําเนาพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 19 ธันวาคม พุทธศักราช 2459 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2461 ไดประกาศตั้งกรม

สาธารณสุขโดยเปลี่ยนจากกรมประชาภิบาลและทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหพระเจานองยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทรอธิบดีกรมมหาวิทยาลัยเปนอธิบดีกรมสาธารณสุขกรมสาธารณสุขอยูในสังกัดกระทรวงมหาดไทยเรื่อยมาจนถึงพ.ศ. 2485 จึง

ไดมีการสถาปนากรมสาธารณสุขขึ้นเปนกระทรวงสาธารณสุข


วิวัฒนาการสาธารณสุข


1. วิวัฒนาการสาธารณสุขในประเทศ


ในระยะแรกของการสาธารณสุขของประเทศไทยไดมีการระบาดของโรคติดตอ จึงมุงเนนการดูแลรักษาเพื่อใหหายจาก

การเปนโรคมากกวาการสงเสริมปองกัน ตอมาไดมีการพัฒนาระบบการแพทยใหมีความกาวหนาเพิ่มขึ้นมีการกระจายอํานาจสู

ทองถิ่นประชาชนไดมามีสวนรวมในการจัดระบบบริการสุขภาพและหาแนวทางแกไขรวมกันเพื่อใหเกิดความยั่งยืนตอไป


1.1 ในสมัยดึกดําบรรพการสาธารณสุขในยุคดั้งเดิมจะเนนดานการแพทย โดยเชื่อวาโรคเกิดจากปรากฏการณตาม

ธรรมชาติการหลุดพนการเจ็บปวยก็โดยการ บูชายันต เซนไหวเปนตน


1.2 พระพุทธเจา และหมอชีวกโก ผูเปนหมอสมุนไพร ซึ่งไดมีการบัญญัติใหพระตองดื่มน้ำจากเครื่องกรองน้ำและ

หามพระสาวกของพระองคถายอุจจาระ ปสสาวะลงแมน้ำลําคลอง


1.3 ในชวงอาณาจักรขอมรุงเรืองประมาณ พ.ศ 1725-1729 สมัยพระเจาวรมันที่ 7 ไดทรงบําเพ็ญพระราชกุศลตาม

ความเชื่อในพระพุทธศาสนา โดยสรางสถานพยาบาลเรียกวาอโรคยาศาลาขึ้น 102 แหงในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ของไทยและบริเวณใกลเคียง


1.4 พ.ศ. 2205 บาทหลวงโธมาสชาวอิตาเลียนมาเริ่มงานสุขาภิบาลเปนครั้งแรกในสมัยสมเด็จพรนารายณมหาราชโดยวางระบบสงน้ำจากทะเลชุบศร เขามาใชในตัวเมืองลพบุรี


1.5 ยุคประวัติศาสตร สามารถแบงออกไดเปน 2 สมัยคือสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา พ.ศ. 2331 พระบาทสมเด็จ

พระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทรงใหทําศาลารายตั้งตํารายาและฤาษีดัดตนไวเปนทาน

-ในสมัยรัชกาลที่ 1 - รัชกาลที่ 2 เปนยุคเริ่มตนของกรุงรัตนโกสินทรการแพทยของไทยยังเปนลักษณะเปนแพทย

แผนโบราณ การสาธารณสุขยังไมเจริญนัก ยุคนี้เปนยุคแหงการวางรากฐานสาธารณสุข

- สมัยรัชกาลที่ 4 - รัชกาลที่ 6 เปนยุคที่มีการติดตอกับตางประเทศแถบตะวันตก มีทูตมาเจริญสันถวไมตรีคณะมิชั่น

นารีเจามาเผยแพรศาสนามากขึ้น พระมหากษัตริยไทยไดเสด็จตางประเทศมากขึ้น ทําใหมีการพัฒนางานดานสาธารณสุขตามไปดวย


1.6 พ.ศ 2373 หมอบรัดเลยไดริเริ่มงานปองกันโรคติดตอขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยไดนําการปลูกฝปองกัน

ไขทรพษเขิ ามาใชและไดสอนใหหมอหลวงหัดปลูกทรพิษเมื่อครั้งที่มีการระบาดใหญเมื่อปลายปพ.ศ. 2381


1.7 พ.ศ. 2378 หมอบรัดเลยไดริเริ่มเปดโอสถศาลาขึ้นในปแรกที่เขามาถึงกรุงเทพฯในบริเวณตลาดสําเพ็งใกลวัด

เกาะซึ่งเปนแหลงชุมชนแออัด ชุกชุมดวยโรคภัยไขเจ็บตาง ๆ


1.8 พ.ศ. 2392 หมอเฮาสมีบทบาทสําคัญในการควบคุมอหิวาตกโรคที่ระบาดใหญไปทั่วโลกเปนครั้งที่ 2 ซึ่งมีคน

ตายในกรุงเทพฯและเขตหัวเมืองใกลเคียงกวา 40,000 คนและไดรายงานการใชทิงเจอรการบูรผสมน้ำใหผุปวยดื่มบอย ๆ ทําให

ไมมีผูเสียชีวิตเลย


1.9 พ.ศ. 2404 นายแพทยเจมส ดับบลิวแมคแคน(James W.Mckean) ไดตั้งสถานพยาบาลโรคเรื้อนขึ้นที่เชียงใหม

เปนแหงแรกในประเทศไทยและกาวหนาที่สุดในเอเชีย โดยมีการนําน้ำมันกระเบามาฉีดบําบัดผูปวยโรคเรื้อน ภายหลังที่

วงการแพทยของโลกเพิ่งคนพบวิธีผลิตน้ำมันกระเบาชนิดฉีดเพียง 9 ป


1.10 พ.ศ. 2423 โรงพยาบาลแหงแรกถูกสรางขึ้นอยางถาวรที่จังหวัดเพชรบุรี


1.11 26 ธันวาคม พ.ศ. 2431 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัวทรงตั้งกรมพยาบาลขึ้น และไดมีการ

พระราชทานดัดแปลงอาคารสําหรับโรงพยาบาลและพระราชทานโรงพยาบาลวา โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีการรักษาทั้งแบบ

ตะวันตกและแบบแผนไทย-1.15 พ.ศ. 2459 ไดมีการเปลี่ยนชื่อจากกรมพยาบาลเปนกรมประชาภิบาล สังกัดกระทรวงมหาดไทยมี 4 กองคือ กองบัญชาการเบ็ดเสร็จ กองสุขาภิบาล กองพยาบาล กองเวชวัตถุ


1.16 27 พฤศจิกายนพ.ศ. 2461 ไดมีการประกาศจัดตั้งกรมสาธารณสุข โดยเปลี่ยนมาจากกรมประชาภิบาล โดยมีพระเจานอยยาเธอกรมหมื่นชัยนาทนเรนทร อธิบดีกรมมหาวิทยาลัยเปนอธิบดีกรมสาธารณสุขในสังกัดกระทรวงมหาดไทย


1.17 พ.ศ. 2466 ไดมีการประกาศใชพระราชบัญญัติการแพทย เปนการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ มี

วัตถุประสงคเพื่อไมใหเกิดอันตรายแกประชาชน จากการประกอบการของผูทีไมมีความรูและมิไดฝกหัดในรัชสมัยนี้ มีการ

ออกกฎเสนาบดีแบงการประกอบโรคศิลปะ เปนแผนปจจุบันและแผนโบราณกําหนดวา


ก. ประเภทแผนปจจุบัน คือผูประกอบโรคศิลปะ โดยความรูจากตําราอันเปนหลักวิชาโดยสากลนิยม ซึ่งดําเนิน

และจําเริญขึ้น อาศัยการศึกษา ตรวจคนและทดลองของผูรูในทางวิทยาศาสตรทั่วโลก

ข. ประเภทแผนโบราณคือผูประกอบโรคศิลปะ โดยอาศัยความสังเกตความชํานาญ อันไดบอกเลาสืบตอกันมา

เปนที่ตั้งหรืออาศัยตําราที่มีมาแตโบราณมิไดดําเนินไปทางวิทยาศาสตร


1. สุขวิทยา(Hygiene) คือความรูที่จะชวยใหเรารูจักบํารุงรางกายใหเปนปกติอยูใหมีความจําเริญแข็งแรงตาม

ธรรมชาติเชนนอนเปนเวลา กินเปนเวลาเปนตน


2. เวชกรรมกันโรคหรือการปราบโรค(Prevention Medicine) เวชกรรมศาสตรนั้นเปนวิชาที่แกรักษาโรคที่เกิดขึ้น

ในตัวมนุษยโดยทางการรักษาเวชกรรมกันโรคนี้มุงจะกันไมใหเขาสูรางกายไดเชนปลูกฝปองกันไขทรพิษเปนตน


3.สุขาภิบาล(Sanitation) คือการบํารุงสถานที่และควบคุมหนทางออก ทางเขาและสิ่งที่ออกจากและเขาสูรางกาย

และสถานที่มนุษยอยูอยางใหเปนบอเกิดและนํามาซึ่งแหงโรค


รวมทั้ง 3 ประการนี้เรียกวาสาธารณสุข


1.20 พ.ศ. 2469 กรมสาธารณสุขไดอนุมัติใหปรับปรุง สวนบริหารราชการใหม แบงออกเปน 13 กองคือ

กองบัญชาการ กองการเงิน กองที่ปรึกษา กองบรรณาธิการ กองสุขาภิบาลกองวิศวกรรม กองสุขภาพ กองโอสถศาลา กอง

ยาเสพติดใหโทษ โรงพยาบาลคนเสียจริต กองสงเสริมสุขาภิบาลกองแพทยสุขภาภิบาลแหงพระนคร วชิรพยาบาล


1.21 พ.ศ.2470 เปดอบรมหมอตําแยครั้งแรกที่วชิรพยาบาลคําวา “หมอตําแย” เรียกตามชื่อครูหมอผูหนึ่งที่สอนวิชานี้

ซึ่งเชื่อกันวาเปนเชื้อพระวงศการเรียกชื่อเชนนี้เพื่อเปนการแสดงความเคารพตอครูผูเปนเจาของตํารา


1.22 พ.ศ.2474 กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยไดจัดตั้งโรงเรียนอบรมผดุงครรภชั้นสองขึ้นในวชิรพยาบาล นับเปนโรงเรียนผดุงครรภแหงแรกของประเทศไทย 


1.31 พ.ศ. 2515 สถานีอนามัยชั้นหนึ่ง ไดรับการพัฒนาเปนศูนยการแพทยอนามัยชนบทและกลายเปน “ศูนย

การแพทยและอนามัย” ในปพ.ศ 2517 เปน “โรงพยาบาลอําเภอ” ในพ.ศ 2520 และเปนโรงพยาบาลชุมชนใน พ.ศ. 2525 จนถึงปจจุบัน


1.32 พ.ศ. 2518โรงพยาบาลชุมชนระดับอําเภอถูกสรางขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศและมีโครงการสงเคราะหประชาชน

มีรายไดนอยเรียกวาโครงการ สปน.


1.33 พ.ศ. 2519 กระทรวงสาธารณสุขโดยกองอนามัยครอบครัว สํารวจอบรมหมอตําแยทั่วประเทศโดยการ

สนับสนุนจากองคการอนามัยโลกและองคการสงเคราะหเด็กแหงสหประชาชาติในระหวางป 2519-2528 มีหมอตําแยไดรับการ

อบรมจํานวน 12,864 คน


1.34 พ.ศ. 2520 – 2525 เริ่มดําเนินการสาธารณสุขมูลฐานตั้งแตแผนพัฒนาการสาธารณสุข ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2520 -2525 ) โดยเนนการมีสวนรวมของประชาชน การใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม การประสานระหวางสาขาและการปรับระบบบริการ

สาธารณสุขพื้นฐานซึ่งประสบความสําเร็จอยางรวดเร็วในทศวรรษแรก1.35 พ.ศ. 2526 เริ่มโครงการบัตรสุขภาพโดยใชกลไกดานการคลังสุขภาพชุมชนและการมีสวนรวมของชุมชนในการสนับสนุนการเขาถึงบริการดานอนามัยแมและเด็กเปนหลัก


1.36 พ.ศ. 2532 โครงการอยุธยา(HCRP) เปนโครงการตนแบบของแนวคิดการดูแลสุขภาพปฐมภูมิโดยเนนการ

บริการที่มีลักษณะสําคัญ 3 ประการคือการดูแลอยางตอเนื่อง การดูแลผสมผสานและการดูแลอยางองครวม


1.37 พ.ศ. 2535 ทศวรรษการพัฒนาสถานีอนามัยอยางมากทั้งในดานอาคารสถานที่และอุปกรณเครื่องมือทางการ

รักษาพยาบาลเพื่อยกมาตรฐานคุณภาพบริการพยาบาลเพิ่มขึ้น


1.38 พ.ศ. 2540 วิกฤตเศรษฐกิจป 2540 ไดสงผลกระทบตอประชาชนในทุกดาน หลังวิกฤตเศรษฐกิจแนวคิดการดูแล

สุขภาพปฐมภูมิไดรับความสําคัญอีกครั้งหนึ่งเพราะเปนบริการสุขภาพที่ตนทุนต่ำและชาวบานเขาถึงบริการไดงาย


1.39 พ.ศ. 2542 พรบ. กําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ ป 2542 กําหนดใหมีการถายโอนภารกิจของ

สถานพยาบาลหรือถายโอนสถานบริการของรัฐ ระดับตาง ๆ ใหแกองคปกครองสวนทองถิ่นแตละระดับ(อบต. เทศบาล อบจ.)


2. วิวัฒนาการสาธารณสุขตางประเทศ

ประวัติการสาธารณสุขตางประเทศเกิดจากผลลัพธของสงครามหลังสงคราม หลังไดมีการประกาศใชธรรมนูญของ

องคการอนาม  ัยโลกในวันที่ 7 เมษายน 2491 ซึ่งไดมีการประชุมสมัชชาอนามัยโลก และไดมีมติใหมีการฉลองพรอมกันทั่วโลก

ตั้งแตปพ.ศ. 2492 เปนตนมาโดยไดมีการกําหนดขอปญหาอนามัยขึ้นปละ 1 เรื่อง นอกจากนี้ไดมีการแตงคําขวัญจาก

องคการอนามัยโลกเพื่อเปนแนวทางในการทํางานของเจาหนาที่สาธารณสุขทั่วโลกไดใชเปนแนวทางการใหสุขศึกษาแก

ประชาชนในวันอนามัยโลกไวดังนี้คือ


1. คําขวัญพ.ศ. 2493 เปนคําขวัญแรกกลาวไววา “จงคุนเคยกับบริการอนามัยที่มีไวเพื่อทาน”(Know Your Own Health Service)


2. คําขวัญพ.ศ. 2547 “ สํานึกดีขับขี่ปลอดภัย รวมใจลดอุบัติเหตุ ” (Road Safety Is No Accident)

ประเทศเปนภาคีสมาชิกขององคการอนามัยโลกอันดับที่ 21 ตั้งแตวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2490 เพื่อเปนการรวมงานระหวาง

กระทรวงสาธารณสุขและองคการอนามัยโลกเกี่ยวกับประโยชนของปวงชน






Hits: 1696
แชร์ผ่านช่องทาง...
Delicious
10 ลำดับเนื้อหาล่าสุด
ช่องทางติดต่อ : Facebook ชอบก็กด Like เลย
Comments...
ข่าวด่วน (Rss)
Khaosod Online Update ตลอด 24 ชม. ข่าวด่วน - อาร์เอสเอส ข่าวสดออนไลน์

คมชัดลึก : อาชญากรรม

ทันข่าวเด่น ThaiPBS

ทันข่าวเด่น